เบียร์ “ปรเมศวร์” เปิดใจ ชูอุดมการณ์เหนือความขัดแย้ง มองพัทยาด้วยสายตาของคนรักบ้านเกิด
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา หมายเลข 2 เปิดเผยแนวคิดต่อการทำงานทางการเมืองและการพัฒนาท้องถิ่น โดยเห็นว่าการแข่งขันทางการเมืองสามารถเกิดขึ้นได้บนพื้นฐานของอุดมการณ์และความคิดที่แตกต่าง แต่ไม่ควรนำไปสู่ความแตกแยกของผู้คนในสังคม
“แข่งขันกันได้ ต่อสู้กันด้วยอุดมการณ์ แต่อย่าให้ถึงเกลียดกันเลย เพราะสุดท้ายเราก็เจตนาดีเพื่อพี่น้องชาวพัทยาด้วยกัน”

นายปรเมศวร์กล่าวว่า เมืองพัทยาไม่ใช่เพียงเมืองท่องเที่ยวหรือศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเท่านั้น แต่ยังเป็นบ้านของผู้คนจำนวนมากที่เข้ามาใช้ชีวิต สร้างครอบครัว และประกอบอาชีพ จึงเชื่อว่าการพัฒนาเมืองควรตั้งอยู่บนความเข้าใจในความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มอย่างรอบด้าน “พัทยาคือบ้าน” ของทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

สำหรับนายปรเมศวร์ ความหมายของคำว่า “คนพัทยา” ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่เกิดในพื้นที่ แต่หมายถึงทุกคนที่มีส่วนร่วมสร้างเมืองแห่งนี้ให้เติบโต ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ พนักงาน ลูกจ้าง ชุมชนดั้งเดิม หรือคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาสร้างอนาคตของตนเองในพัทยา
เขามองว่าการเลือกตั้งเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งของกระบวนการประชาธิปไตย แต่ภายหลังการแข่งขันสิ้นสุดลง ทุกฝ่ายยังคงต้องร่วมกันขับเคลื่อนเมืองไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
“การเมืองเป็นเรื่องของช่วงเวลา แต่บ้านเมืองเป็นเรื่องของคนทุกวัน”

ประสบการณ์จากหลายบทบาท สู่มุมมองการพัฒนาเมืองนั้นตลอดเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา นายปรเมศวร์เคยปฏิบัติหน้าที่ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ทำให้ได้เห็นทั้งภาพใหญ่ของนโยบายและปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เขาเชื่อว่า การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนไม่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยข้อมูล ข้อเท็จจริง และการมีส่วนร่วมของคนเป็นสำคัญ ผู้คนคือจุดเริ่มต้นของทุกคำตอบ

นายปรเมศวร์กล่าวว่า หลักคิดสำคัญในการทำงานของตน คือการมองปัญหาของประชาชนเป็นจุดตั้งต้นของการบริหารเมือง เพราะทุกนโยบายและทุกโครงการล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คน
“เมืองจะก้าวหน้าได้ ไม่ใช่เพราะผู้บริหารเก่งเพียงคนเดียว แต่เพราะรู้สึกว่าเมืองนี้เป็นของพวกเขา”

พร้อมย้ำว่า ไม่ว่าความคิดเห็นทางการเมืองจะแตกต่างกันเพียงใด สิ่งที่ทุกฝ่ายมีร่วมกันคือความปรารถนาที่จะเห็นพัทยาเป็นเมืองที่ น่าอยู่ มีโอกาสทางเศรษฐกิจ และสามารถเติบโตได้อย่างสมดุลในอนาคต
หากการเมืองเริ่มต้นจากอำนาจ เมืองอาจเปลี่ยนแปลงได้เพียงชั่วคราว แต่หากเริ่มต้นจากผู้คน เมืองจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน..
