วันพุธ, พฤศจิกายน 4, 2026
ชลบุรีพัทยาสังคมสัตหีบ

เมืองพัทยาลุยทวงคืนพื้นที่สาธารณะ หน้าอาคารวอเตอร์ฟร้อนท์ ยึดแผงกั้นเก็บโรงพัก นัดเคลียร์ปมสิทธิ์ 4 พ.ย.นี้

นายกเมืองพัทยานำเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่จัดระเบียบพื้นที่สาธารณะหน้าอาคารวอเตอร์ฟร้อนท์ หลังพบมีการนำแผงเหล็กกลับมากั้นพื้นที่อีกครั้ง สั่งนำแผงกั้นเก็บรักษาที่โรงพัก พร้อมวางแบร์ริเออร์แสดงแนวเขตพื้นที่ นัดตัวแทนฝ่ายบริหารอาคารหารือ 4 พ.ย.นี้ ก่อนทำหนังสือถึงกรมที่ดินเร่งชี้ขาดสถานะกรรมสิทธิ์ หาข้อยุติทางกฎหมาย

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา นายณฐาภพ ยมจินดา ปลัดอำเภอบางละมุง นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงชัย ปลัดเมืองพัทยา นำเจ้าหน้าที่เมืองพัทยา ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่สำนักช่าง เจ้าท่าพัทยา และฝ่ายกฎหมาย ลงพื้นที่ติดตามการทวงคืนพื้นที่สาธารณะบริเวณด้านหน้าอาคารวอเตอร์ฟร้อนท์ พัทยา หลังพบที่ผ่านมามีการนำพื้นที่ไปจอดเรือและจัดเก็บค่าจอดรถจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเกาะล้าน

ก่อนหน้านี้เมืองพัทยาได้ติดประกาศให้ผู้ครอบครองรื้อถอนสิ่งกีดขวางและคืนพื้นที่ภายในวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้แสดงตนเป็นตัวแทนฝ่ายบริหารเข้าหารือกับเมืองพัทยาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม และให้ความร่วมมือเคลื่อนย้ายเรือและสิ่งของออกจากพื้นที่ตามที่ตกลงกันไว้ แต่ล่าสุดกลับพบว่ามีการนำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่อีกครั้ง

นายปรเมศวร์ เปิดเผยว่า เมืองพัทยาจำเป็นต้องดำเนินการตามประกาศที่แจ้งไว้ โดยวันนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและดำเนินการนำแผงเหล็กดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ที่สถานีตำรวจ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมนำแบร์ริเออร์ของเมืองพัทยามากั้นพื้นที่ไว้ก่อน เพื่อแสดงขอบเขตการดูแลพื้นที่สาธารณะ ส่วนกรณีที่ฝ่ายบริหารอาคารยังอ้างสิทธิ์ครอบครองพื้นที่ดังกล่าว ได้กำหนดนัดหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11.00 น. ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา เพื่อพูดคุยและชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิ์ในพื้นที่

ทั้งนี้เดิมพื้นที่ดังกล่าวเคยอยู่ในความครอบครองของเอกชน แต่เมืองพัทยายืนยันมาโดยตลอดว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากแนวเขตโฉนดที่ดินติดทะเล โดยในอดีตเจ้าของเดิมเคยเสนอจะมอบพื้นที่ให้เมืองพัทยา แต่เมืองพัทยาไม่ได้รับมอบ เนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของเอกชน

ขณะที่กรณีโครงการอาคารวอเตอร์ฟร้อนท์ ซึ่งถูกสั่งระงับการก่อสร้างและห้ามใช้อาคารโดยเด็ดขาดนั้น นายปรเมศวร์ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. ร่วมกับสำนักงานที่ดินอำเภอบางละมุง มีความเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะและควรดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดิน ก่อนส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณา ซึ่งปัจจุบันผ่านมากว่าหนึ่งปีแล้วยังไม่มีข้อยุติเรื่องกรรมสิทธิ์

ทั้งนี้ เมืองพัทยาเตรียมทำหนังสือสอบถามกรมที่ดินอีกครั้ง เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของที่ดิน โดยหากเป็นพื้นที่สาธารณะจะต้องดำเนินการรื้อถอนตามกฎหมาย แต่หากเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน เจ้าของโครงการจะต้องยื่นขออนุญาตแก้ไขดัดแปลงอาคารให้ถูกต้องตามขั้นตอนต่อไป..