นายกเมืองพัทยาเร่งสะสางปัญหาที่ดินบาลีฮาย-วอเตอร์ฟร้อนท์ ยืนยันรักษาพื้นที่สาธารณะ เดินหน้าประสานกรมที่ดินเร่งหาข้อยุติ
(2 พ.ย.69) เวลา 10.00 น. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา และทีมผู้บริหาร ร่วมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีปัญหาการลักลอบใช้พื้นที่บริเวณหน้าโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ที่ท่าเทียบเรือบาลีฮายดำเนินการเปิดเป็นพื้นที่จอดรถ จอดเรือ หลังครบกำหนดตามประกาศที่เมืองพัทยาแจ้งให้ผู้ครอบครองพื้นที่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พร้อมเคลื่อนย้ายรถยนต์และอุปกรณ์พ่วงต่างๆ ออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 โดยมีปลัดเมืองพัทยา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง สำนักเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ร่วมลงพื้นที่




นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีปัญหาการลักลอบใช้พื้นที่บริเวณหน้าโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ที่ท่าเทียบเรือบาลีฮายดำเนินการเปิดเป็นพื้นที่จอดรถ จอดเรือ โดยจากการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เมืองพัทยาได้ออกประกาศให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ทางเมืองพัทยาได้รับการประสานทางหนังสือจากตัวแทนผู้แอบอ้างสิทธิ์บริเวณท่าเทียบเรือบาลีฮาย เมืองพัทยาจึงได้เชิญมาหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในเบื้องต้นได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการรื้อถอนเรือและเคลียร์พื้นที่ออกไปตามที่รับปาก ล่าสุดกลับพบว่ามีการนำแผงเหล็กของทาง บ.บาลีฮาย จำกัด เข้ามากั้นปิดพื้นที่อีกครั้ง เมืองพัทยาได้พยายามติดต่อประสานงานกับทีมทนายความและผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย แต่กลับมีการบ่ายเบี่ยงและโยนกันไปมาระหว่างผู้รับผิดชอบ ทำให้ไม่สามารถหาข้อยุติได้ เพื่อรักษาความถูกต้องและบังคับใช้กฎหมายตามประกาศที่ได้แจ้งไว้ เมืองพัทยาจึงจำเป็นต้องสนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองพัทยา เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ โดยจะนำแผงเหล็กดังกล่าวไปเก็บไว้เป็นของกลางที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา พร้อมแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป และนำแบริเออร์ของเมืองพัทยากั้นแสดงแนวเขตพื้นที่สาธารณะไว้อย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ได้นัดหมายให้ตัวแทนฝั่งบาลีฮายเข้ามาร่วมพูดคุยหาทางออกอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ เวลา 11.00 น.



นายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา ชี้แจงอีกว่า สำหรับประเด็นข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ในอดีตที่ดินแปลงดังกล่าวเคยอยู่ในครอบครองของคุณถาวร ซึ่งเคยมีความประสงค์จะมอบให้แก่เมืองพัทยา แต่ทางเมืองพัทยาได้ปฏิเสธการรับมอบ เนื่องจากตรวจสอบแนวเขตจากโฉนดแล้วพบว่าติดทะเลและมั่นใจว่าเป็นที่ดินสาธารณะ ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของเอกชนแต่อย่างใด ขณะที่ความคืบหน้าคดีโครงการคอนโดมิเนียมวอเตอร์ฟร้อนท์ นายกเมืองพัทยาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช. ร่วมกับสำนักงานที่ดิน อำเภอบางละมุง และเมืองพัทยา ได้เคยมีข้อสรุปชี้ชัดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ และต้องดำเนินการเพิกถอนโฉนด แม้เรื่องจะถูกส่งต่อไปยังกรมที่ดินและกินเวลาผ่านมานานร่วมปีเศษแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนในการชี้ขาดกรรมสิทธิ์ที่ดิน อย่างไรก็ตามเมืองพัทยายังคงเตรียมความพร้อมรองรับในทุกแนวทาง หากผลสรุปชี้ชัดว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เมืองพัทยาจะดำเนินการสั่งรื้อถอนอาคารทันที แต่หากผลปรากฏว่าเป็นพื้นที่ที่มีกรรมสิทธิ์ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ทางผู้ครอบครองก็จะต้องมายื่นขออนุญาตแก้ไขดัดแปลงอาคารกับเมืองพัทยาตามขั้นตอนต่อไป โดยในระยะเร่งด่วนนี้ เมืองพัทยาจะทำหนังสือประสานงานไปยังกรมที่ดิน เพื่อเร่งรัดความชัดเจนในการยืนยันสถานะที่ดินแปลงดังกล่าวโดยเร็วที่สุด




