นายกเมืองพัทยารับฟังอีกหนึ่งรูปแบบ Monorail มุ่งพัฒนาระบบจราจรและระบบขนส่งอัจฉริยะอย่างมีศักยภาพ
(1 ก.ย.69) เวลา 13.30 น. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมรับฟังแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้า Monorail สำหรับเมืองพัทยา จากบริษัท TRANS ASIA FUTURTEC จำกัด โดยมีนายวชิร ทองดีเลิศ ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่งนำเสนอโดยนายนรินทร์ ศิลปรักษ์ ประธานกรรมการบริษัท TRANS ASIA FUTURTEC จำกัด พร้อมทีมงาน ณ ห้องประชุม 132 ศาลาว่าการเมืองพัทยา



บริษัท TRANS ASIA FUTURTEC จำกัด เป็นผู้ให้บริการและผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งมวลชนประเภทรถไฟฟ้าโมโนเรล (Monorail) ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและการเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ปัญหาการจราจรติดขัดในเขตชุมชนเมืองและการเชื่อมต่อการเดินทางภายในพื้นที่ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน ทางบริษัทฯ จึงมีความประสงค์ที่จะนำเสนอศักยภาพทางเทคโนโลยีและการดำเนินงานของระบบรถไฟฟ้า Monorail เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะพัฒนาความร่วมมือร่วมกันในอนาคต โดยจุดเด่นด้านเทคนิคของระบบ Monorail ที่นำเสนอในครั้งนี้ ได้แก่ เป็นระบบที่ใช้พื้นที่ก่อสร้างน้อย เป็นโครงสร้างทางวิ่งลอยฟ้า (Guideway) มีขนาดกะทัดรัด เหมาะกับถนนสายหลักที่มีพื้นที่จำกัด มีรัศมีความโค้งแคบ สามารถปรับแนวเส้นทางหลบหลีกสิ่งกีดขวางหรือโค้งตัวตามสภาพพื้นที่ในเมืองได้ดีเยี่ยม เสียงเงียบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัยสูง ตัวรถถูกออกแบบมาให้คร่อมอยู่บนคาน ทำให้ไม่มีโอกาสตกราง (Derailment) ระบบมีต้นทุนต่ำ และระยะเวลาคุ้มค่าไว ใช้เวลาก่อสร้างเร็วกว่าระบบรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Heavy Rail) และสามารถบริหารจัดการด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ



ด้านนายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา เผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานว่า เมืองพัทยาได้มีการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งมวลชนรูปแบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ ลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง รวมถึงรองรับการพัฒนาเมืองในอนาคต ซึ่งปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งนี้เมืองพัทยายินดีที่ได้รับฟังรายละเอียดเชิงเทคนิคและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการทำงานร่วมกันกับบริษัท TRANS ASIA FUTURTEC จำกัด ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่อาจจะมีการพัฒนาความร่วมมือร่วมกันได้ในอนาคต



อย่างไรก็ตาม การพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละบริษัทจะต้องรอผลการประเมิน EIA และการประชาคมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนกันยายนนี้ ก่อนที่จะมีการพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตัดสินใจต่อไป
