สะเทือนใจแม่! สาวชาวมุกดาหารร่ำไห้ร้อง “ปวีณา” หลังเพิ่งรู้ความจริงสุดช็อก ลูกสาวที่อุ้มเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ถูกหญิงรับจ้างเลี้ยงเด็ก “สลับตัว” ตั้งแต่วัยเพียง 5 เดือน ขณะลูกสาวตัวจริงหายไร้ร่องรอยนานกว่า 2 ปี วอนตำรวจเร่งตามตัวกลับคืนสู่อ้อมอกแม่ ตำรวจ-พม.รื้อคดีเร่งล่าตัวผู้เกี่ยวข้อง
วันที่ 7 พ.ค.69 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ประสาน พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และพา น.ส.นก (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาว จ.มุกดาหาร เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เพื่อขอให้ช่วยติดตามหาลูกสาววัย 3 ขวบ ที่ถูกหญิงรับจ้างเลี้ยงเด็กสลับตัวไปตั้งแต่ยังเป็นทารกวัย 5 เดือน โดยนำเด็กหญิงอีกคนมาสวมรอยส่งคืนให้ผู้เป็นแม่เลี้ยงดูแทน

คดีดังกล่าวกลายเป็นเรื่องสะเทือนใจ หลัง น.ส.นก เพิ่งรู้ความจริงเมื่อเด็กอายุได้ 1 ขวบ 6 เดือน เมื่อมีหญิงแปลกหน้าทักข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงตัวว่าเป็นแม่แท้ๆ ของเด็กที่ น.ส.นก เลี้ยงดูอยู่ พร้อมส่งคลิปวิดีโอของเด็กมายืนยัน ทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับช็อก เมื่อพบว่าเด็กที่เลี้ยงดูมาตลอดไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตนเอง

ต่อมามีการแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ผู้รับจ้างเลี้ยงเด็ก โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 10 ปี ก่อนลดโทษเหลือ 5 ปี เนื่องจากรับสารภาพ และได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของลูกสาวแท้ๆ ของ น.ส.นก ว่าอยู่ที่ใด

นางปวีณา เปิดเผยว่า คดีนี้มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน จึงได้ประสานทั้งตำรวจและหน่วยงานพัฒนาสังคมฯ จ.ชลบุรี ร่วมติดตามตัวเด็ก รวมถึงตรวจสอบข้อมูลของสองสามีภรรยาชาวเมียนมา ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้พาเด็กไป หากพบว่ามีการซื้อขายเด็กจริง อาจเข้าข่ายค้ามนุษย์และต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ จะมีการติดตามตัว น.ส.น้อย (นามสมมุติ) ซึ่งแสดงตัวเป็นแม่ของเด็กที่ น.ส.นก เลี้ยงดูอยู่ในปัจจุบัน มาสอบถามข้อเท็จจริง รวมถึงความประสงค์ในการรับเด็กกลับไปดูแล โดยทุกขั้นตอนจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

จากการเปิดเผยของ น.ส.นก ระบุว่า เมื่อปี 2565 ตนตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมและแยกทางกับแฟนหนุ่ม จึงย้ายมาอยู่กับ น.ส.หนึ่ง ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังคลอดลูกสาวในเดือน ต.ค.2565 เดิมตั้งใจจะยกลูกให้ แต่ภายหลังเปลี่ยนใจ จึงว่าจ้าง น.ส.หนึ่ง เลี้ยงดูเดือนละ 8,000 บาท ขณะที่ตนออกไปรับจ้างทำงานก่อสร้าง

ต่อมา น.ส.หนึ่ง เคยนำเรื่องคู่สามีภรรยาที่ต้องการรับเด็กไปเลี้ยงมาเสนอ พร้อมให้เงิน 20,000 บาท แต่ผู้เป็นแม่ปฏิเสธ กระทั่งวันที่ 1 มี.ค.66 น.ส.หนึ่ง นำเด็กมาคืน อ้างว่าจะไปทำธุระ ก่อนหายตัวไป ทำให้ น.ส.นก ต้องนำเด็กไปฝากยายเลี้ยงที่ จ.ฉะเชิงเทรา

ช่วงเดือน พ.ค.66 ผู้เป็นแม่เริ่มสังเกตว่าเด็กมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้ติดใจ จนกระทั่งเดือน มี.ค.67 มีหญิงรายหนึ่งทักเฟซบุ๊กมาแสดงตัวว่าเป็นแม่แท้ๆ ของเด็ก พร้อมเปิดเผยว่า น.ส.หนึ่ง ได้นำลูกของตนไปให้กับอีกฝ่าย โดยจ่ายเงินจำนวน 10,000 บาท ก่อนนำเด็กคนดังกล่าวมาสวมรอยเป็นลูกของ น.ส.นก
หลังรู้ความจริง น.ส.นก ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางละมุง และผลตรวจ DNA ยืนยันว่า เด็กที่เลี้ยงดูอยู่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับตน ตำรวจจึงดำเนินคดีกับ น.ส.หนึ่ง ในข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อหาผลกำไร”

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พ.ค.69 นางปวีณา ได้มอบหมายให้นักกฎหมายและเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ พา น.ส.นก ไปรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยไม่มาศาล ทำให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 8 พ.ค.69 เวลา 09.00 น.

ขณะที่เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นางปวีณา ได้พา น.ส.นก เข้าพบ ผกก.สภ.บางละมุง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมเร่งติดตามตัวเด็กหญิงที่ถูกสลับตัวไปกลับคืนสู่อ้อมอกแม่โดยเร็วที่สุด รวมถึงติดตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้น พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวถือเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัวอย่างมาก เจ้าหน้าที่จะเร่งรัดสืบสวนคลี่คลายทุกประเด็น เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเด็กถูกนำตัวไปอยู่กับใคร รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนย้ายเด็ก และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รับเด็กไปเลี้ยง ตลอดจนพ่อแม่ของเด็กที่ถูกนำมาสลับตัวให้ผู้เสียหายเลี้ยงดูแทน

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนจะขยายผลเชิงลึกในทุกมิติ ทั้งความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เส้นทางการเงิน รวมถึงความเป็นไปได้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายขบวนการค้ามนุษย์หรือการซื้อขายเด็ก โดยเฉพาะกรณีที่มีการอ้างถึงสองสามีภรรยาชาวเมียนมาว่าเป็นผู้รับเด็กตัวจริงไปเลี้ยงดู ซึ่งตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียด

ผกก.สภ.บางละมุง ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทุกมิติ และให้ความสำคัญสูงสุดกับการติดตามตัวเด็กกลับคืนสู่อ้อมอกแม่แท้ๆ โดยเร็วที่สุด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายสืบสวน พม. และหน่วยงานด้านคุ้มครองเด็ก เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและคำนึงถึงสวัสดิภาพของเด็กเป็นสำคัญ.
