“เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน” พร้อมพวก เข้ามอบตัว สภ.เมืองพัทยา หลังถูกกล่าวหารุมทำร้ายหนุ่มกะเหรี่ยง รับพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เต้ อาชีวะ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน ลั่นเดินหน้าทำงานต่อไม่สนกระแสสังคม
จากกรณีที่ พันตำรวจเอก เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับ การ สภ.เมืองพัทยา มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนเรียกตัว นายเดช ผู้เสียหายซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เข้าให้ปากคำ หลังถูก “เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน” หรือ นายไอยวัฒน์ หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม “ไทยไม่ทน” พร้อมพวก ก่อเหตุทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าสถานบันเทิงชื่อดัง ภายในซอยกอไผ่ พัทยาใต้ จ.ชลบุรี ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น


ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงหัวค่ำวันที่ 10 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า นายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนะ กนก อายุ 42 ปี หรือ “เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน” พร้อมด้วย นายดำรงฤทธิ์ แก้วผล อายุ 34 ปี หรือ “เคน” แฟนหนุ่มของหญิงตั้งครรภ์ที่ปรากฏในคลิปเหตุการณ์ ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และให้ปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมี นายศักดิ์ณรงค์ ศิริสุนทร หรือ “เต้ อาชีวะ” แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน เดินทางมาให้กำลังใจ


นายไอยวัฒน์ หรือ เฮียตี๋ เปิดเผยว่า การเข้าพบพนักงานสอบสวนในครั้งนี้ เพื่อยืนยันว่าไม่มีเจตนาหลบหนี และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใด โดยในวันเกิดเหตุ ตนเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าวเพื่อพูดคุยเคลียร์ปัญหาอีกกรณีหนึ่ง มิใช่เรื่องของผู้เสียหายโดยตรง แต่เมื่อไปถึงพบว่า นายดำรงฤทธิ์ กำลังโต้เถียงกับผู้เสียหาย ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย หลังมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อหญิงตั้งครรภ์ จนนำไปสู่เหตุชุลมุนตามคลิปที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ ตนขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหาย และยืนยันว่าไม่มีเจตนารุมทำร้าย


ด้านนายดำรงฤทธิ์ ยอมรับว่าได้ลงมือทำร้ายผู้เสียหายจริง พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับนายไอยวัฒน์ หรือ เฮียตี๋ โดยเป็นจังหวะที่อีกฝ่ายเข้ามาในพื้นที่พอดี เนื่องจากทั้งหมดทำงานอยู่ในสถานบันเทิงแห่งเดียวกัน เหตุทะเลาะวิวาทจึงลุกลามและถูกบันทึกเป็นคลิปเผยแพร่ในเวลาต่อมา พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอโทษต่อสังคมและผู้เสียหาย


ขณะที่ นายศักดิ์ณรงค์ หรือ “เต้ อาชีวะ” ระบุว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจผู้เกี่ยวข้องในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมยอมรับว่าการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอาจมีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนประเด็นการกระทำในวันเกิดเหตุ ยอมรับว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย และต้องยอมรับผลที่ตามมา ทั้งนี้ กลุ่มไทยไม่ทนยังคงเดินหน้าทำงานช่วยเหลือสังคมต่อไป แต่อาจมีการทบทวนรูปแบบการทำงานให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการประชุมหารือภายในทีมอีกครั้ง.
