วันอาทิตย์, กรกฎาคม 14, 2024
ข่าวเด็ดออนไลน์
ชลบุรีสัตหีบอาชญากรรม

ตร.บางละมุง เตือนสายซิ่งสายแว้น โทษหนัก เสี่ยงถูกยึดรถ ส่วนผู้ปกครอง เจ้าของรถ ร้านแต่งรถ อาจโดนคดีด้วย

วันที่ 29 ก.ค. มีรายงานว่า พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.บางละมุง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ปวิช สุกใส รองผกก.ป. และ พ.ต.ต.สุชาติ ดุสดี สวป. นำกำลังตำรวจสายตรวจ และตำรวจอาสาสมัคร ประชุมชี้แจงภารกิจป้องกัน กวดขันจับกุม กลุ่มเด็กแว้น รวมกลุ่มกัน บริเวณถนนสาย 36 สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ให้ประชาชนผู้ใช้ถนนสัญจรในตอนกลางคืน

ทั้งนี้ จากการขี่รถสายตรวจ ลาดตระเวนออกตรวจบริเวณถนนสาย 36 ตลอดสาย ไม่พบกลุ่มวัยรุ่นขับแข่งรถในทาง แต่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ท่อดัง ไม่มีหลักฐาน จำนวน 5 คัน เบื้องต้นได้จัดทำประวัติผู้ขับขี่ และรถจักรยานยนต์ของแต่ละคันไว้เป็นหลักฐาน

สถานีตำรวจภูธรบางละมุง จึงขอเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว ให้ทราบถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านอาจจะต้องถูกดำเนินคดี โดยมีฐานความผิดหลักที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้แก่ ส่วนของผู้ขับขี่- ความผิดฐานพยายามแข่งรถกำหนดเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ร่วมกลุ่มหรือมั่วสุมในทางหรือสาธารณสถานใกล้ทาง พร้อมด้วยรถตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป หากมีเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง (ม.134) ดังนี้ มีการนัดหมายเพื่อแข่งรถกันมาก่อน หรือรถที่รวมกลุ่มมีการดัดแปลง/ปรับแต่งรถที่มีสภาพไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดอันแสดงให้เห็นว่าจะทำการแข่งรถในทาง -ถือว่า “พยายามแข่งรถในทาง” ต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ของความผิดฐานแข่งรถในทาง (การแข่งรถในทาง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

– ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(8) ประกอบมาตรา 160

– แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 3 เดือน เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 134 ประกอบมาตรา 160 ทวิ

      ส่วนของผู้ปกครอง- ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26(3) ประกอบมาตรา 78  – สนับสนุน ปล่อยปละละเลย ให้เด็กและเยาวชนรวมกลุ่มหรือมั่วสุมเพื่อแข่งรถในทาง เจ้าหน้าที่สามารถตักเตือน ทำทัณฑ์บน หรือให้วางเงินประกัน และหากเด็กและเยาวชนกระทำความผิดซ้ำอีก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท และให้ริบเงินประกัน ตาม คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง ข้อ 2

ส่วนของเจ้าของรถ- ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26(3) ประกอบมาตรา 78

– เป็นเจ้าของรถหรือคนขับรถยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ หรือมีใบอนุญาตขับรถประเภทอื่นที่ใช้แทนกันไม่ได้ เข้าขับรถของตนหรือรถที่ตนเป็นคนขับ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 56 ประกอบมาตรา 60

ส่วนของร้านรับแต่งรถ- โฆษณา จำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยรู้อยู่ว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 มาตรา 36 ประกอบมาตรา 55

– ดำเนินกิจการตามประเภทที่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดให้เป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุมตามมาตรา 32 ในลักษณะที่เป็นการค้า จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 33 ประกอบมาตรา 71

– ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีการแข่งรถในทาง โดยการผลิต ครอบครอง จำหน่าย ประกอบ ดัดแปลงหรือเปลี่ยนแปลงสภาพรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง ข้อ 3

นอกจากฐานความผิดดังกล่าวแล้ว ยังอาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตามพฤติการณ์ที่ได้กระทำความผิด และในส่วนของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด ศาลอาจมีคำสั่งให้ริบรถของกลางดังกล่าวให้ตกเป็นของแผ่นดินอีกด้วย

 สถานีตำรวจภูธรบางละมุง จึงขอความร่วมมือไปยังเจ้าของรถ หรือผู้ปกครอง ขอให้ดูแลเด็กและเยาวชน ไม่ให้ไปกระทำความผิด ซึ่งนอกจากจะเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่นที่ใช้รถใช้ถนน ตลอดจนผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่แล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วย.