วันจันทร์, พฤษภาคม 25, 2026
ชลบุรีพัทยาสังคมสัตหีบ

สาวบึงกาฬ แจ้งความถูกเจ้าของร้านอาหารชาวอินเดียในพัทยาแห่งหนึ่ง อ้างถูกหลอกชวนไปทำงานที่บ้านพักพูลวิลล่าก่อนถูกวางยา ลากข่มขืนซ้ำ 2 ครั้งภายในบ้านพักส่วนตัว

ผู้เสียหายเผยรู้จักผู้ก่อเหตุมานานกว่า 9 ปี ใช้ความไว้ใจเป็นเครื่องมือก่อเหตุ หลังก่อคดีมีความพยายามส่งคนมาเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา ฝ่ายผู้เสียหายยืนยันหากการเจรจาไม่ได้รับความเป็นธรรมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ลีน่า (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังตกเป็นผู้เสียหาย ถูกชายชาวอินเดียคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารในเมืองพัทยา หลอกชักชวนไปทำงาน ก่อนถูกวางยาล่วงละเมิดทางเพศ เหตุเกิดภายในบ้านพักพูลวิลล่า พื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อคืนวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา

ผู้เสียหาย ให้การว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายดำ (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของร้านอาหารชาวอินเดีย ซึ่งรู้จักคุ้นเคยกันมานานกว่า 9 ปี และมีความสนิทสนมกับคนในครอบครัว ได้ชักชวนเธอไปทำงานกับกลุ่มเพื่อนชาวอินเดีย ภายในบ้านพักพูลวิลล่าที่มีการจัดงานเลี้ยง เธอจึงหลงเชื่อและตอบตกลง ก่อนที่นายดำจะขับขี่รถจักรยานยนต์มารับจากหอพักไปยังสถานที่ดังกล่าว
เมื่อเดินทางไปถึง พบกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียประมาณ 7-8 คน กำลังสังสรรค์อยู่ภายในบ้าน นายดำได้ชักชวนให้เธอดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเธอตอบรับตามมารยาท หลังจากดื่มแก้วแรกหมด เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ และเมื่อกลับมาที่โต๊ะ พบว่าเครื่องดื่มแก้วที่สองถูกชงเตรียมไว้แล้ว จึงดื่มต่อโดยไม่เอะใจ
กระทั่งดื่มแก้วที่สาม ผู้เสียหายเริ่มมีอาการผิดปกติ คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ และอ่อนแรง ก่อนจะวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำ จากนั้นพยายามตั้งสติและขอให้หนึ่งในกลุ่มชาวอินเดียช่วยนำโทรศัพท์มือถือและกระเป๋ามาให้ แต่กลับมีผู้หยิบของมาให้พร้อมกับเครื่องดื่มที่เพิ่งชงใหม่ เธอจึงปัดทิ้งทันที และพยายามส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปหาเพื่อน พร้อมส่งพิกัดสถานที่

อย่างไรก็ตาม นายดำได้เข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือ ลบข้อความและพิกัดดังกล่าว ก่อนพาตัวผู้เสียหายไปยังบ้านพักส่วนตัวของตน และลากเข้าไปภายใน พร้อมกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เธอนอนที่บ้านฉันก่อน” ผู้เสียหายยอมรับว่าในขณะนั้นมีสภาพอ่อนแรงอย่างมาก อาเจียนตลอดเวลา แต่ยังคงมีสติรู้ตัว และพยายามขอร้องอ้อนวอนผู้ก่อเหตุให้นำโทรศัพท์ของตนคืนมา และขอร้องให้ไปเธอไปส่งที่บ้าน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอม และเห็นท่าไม่ดี เนื่องจากผู้เสียหายเริ่มขัดขืน ผู้ก่อเหตุจึงทำการล่วงละเมิดทางเพศทันทีจนสำเร็จความใคร่ จำนวน 2 ครั้ง โดยไม่มีการป้องกันใดๆ
ภายหลังเมื่อเริ่มตั้งสติได้ ผู้เสียหายพยายามใช้ถ้อยคำหลอกล่อให้ นายดำยอมไปส่งกลับหอพัก เพื่อหาทางเอาตัวรอดออกจากสถานการณ์ดังกล่าว แต่ผู้ก่อเหตุยังไม่ยินยอม จนผู้เสียหายตัดสินใจพูดในลักษณะหลอกล่ออีกครั้ง และสามารถหลบหนีออกมาได้ในที่สุด ก่อนที่นายดำ จะยอมไปส่งที่หอพัก

ผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ แม้มีความตั้งใจจะเข้าแจ้งความทันที แต่สภาพร่างกายอ่อนแรงอย่างหนักจนหมดสติไปเกือบ 1 วันเต็ม เมื่อฟื้นขึ้นมาและเปิดโทรศัพท์ พบว่านายดำ ได้โอนเงินมาให้จำนวน 1,000 บาท ต่อมาจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีการวางแผนล่วงหน้า เนื่องจากตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา นายดำ เคยพยายามติดตามตื้อจีบ ทั้งที่มีครอบครัวอยู่แล้ว

ภายหลังการแจ้งความ ผู้เสียหายระบุว่า นายดำ พยายามส่งคนเข้ามาเจรจาเพื่อขอไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย แต่เธอคิดว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่เป็นธรรมจึงมีการยื่นข้อเสนอไปใหม่ ทางฝ่ายผู้ก่อเหตุจึงขอเวลาในการพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว แต่หากไม่ได้รับความเป็นธรรมผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เนื่องจากเหตุการณที่เกิดขึ้นสร้างบาดแผลทางจิตใจอย่างรุนแรง เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้เสียหายเข้ารับการตรวจชันสูตรที่โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ออกใบรับรองแพทย์ ใช้ประกอบสำนวนคดีตามขั้นตอนกฎหมาย..