กลุ่มมวลชน ร่วมอวยพรวันเกิด “พงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์” รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี อายุครบ 55 ปี บริบูรณ์
ค่ำวันที่ 21 พ.ย.68 ที่ร้านอาหารมุมอร่อย ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กลุ่มพลังมวลชน นำโดย นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง, นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอสัตหีบ, นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง, นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายรัฐกิจ เฮงตระกูล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ, นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล, นางบุณรดา เศรษฐา รองนายกเทศมนตรีตำบลเขาชีจรรย์,





พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง, นายวิชา เบ้าพิมพา ผู้บริหารตลาดรันเวย์ มาร์เก็ต พัทยา, ว่าที่ร้อยตรีชาญยุทธ ยังปรีดา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา,นางอำพร แก้วแสง ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา พร้อม กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา และ นางสาวเนาวรัตน์ แซ่อึ้ง นายกสโมสรไลออนส์ชลบุรี พระตำหนักพัทยา ร่วมมอบของขวัญและแสดงความยินดีแก่ นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เนื่องในวันคล้ายวันเกิดมีอายุ ครบ 55 ปีบริบูรณ์ โดยมี นางมนพัทธนันท์ ปิจนันท์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี ภรรยา พร้อมสมาชิกครอบครัว ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น





สำหรับประวัติของนายพงศ์ธสิษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2513 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีรัฐศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และปริญญาโทรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกที่จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย





นายพงศ์ธสิษฐ์เริ่มรับราชการเมื่อปี 2547 ในตำแหน่งปลัดอำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา ก่อนย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอศรีราชา และอำเภอบางละมุง ตามลำดับ ต่อมาในปี 2563 ได้รับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 6 จังหวัดขอนแก่น รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด และจังหวัดชลบุรี และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568





นายพงศ์ธสิษฐ์ กล่าวถึงหลักการทำงานว่า ตลอดชีวิตราชการยึดมั่นความเที่ยงธรรม ซื่อสัตย์ ไม่ทุจริต และมุ่งทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมีคติประจำใจว่า “ใฝ่เรียนใฝ่รู้ อดทนต่อสู้ในการทำงาน”















