สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน! มิจฉาชีพฉวยโอกาสลักทรัพย์ช่วงน้ำท่วม ซ้ำเติมผู้ประสบภัย โทษหนักจำคุกสูงสุด 5 ปี
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ประชาชนต้องอพยพหรือทิ้งบ้านพักอาศัย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ พร้อมย้ำว่าการลักทรัพย์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยถือเป็นเหตุฉกรรจ์ มีโทษรุนแรงกว่าการลักทรัพย์ในสถานการณ์ปกติ
ห้ามฉวยโอกาสลักทรัพย์ในพื้นที่อุทกภัย การลักทรัพย์ในสถานที่เกิดอุทกภัยหรืออุบัติภัย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (2) มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1–5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000–100,000 บาท

1.ล็อกบ้านและเก็บทรัพย์สินมีค่าให้มิดชิดก่อนอพยพ ควรนำเอกสารสำคัญและทรัพย์สินมีค่าติดตัวไปด้วย ส่วนทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ควรจัดเก็บไว้ในจุดที่ปลอดภัย มิดชิด และยกขึ้นไว้ในที่สูงพ้นระดับน้ำ

2.ร่วมกันเฝ้าระวังในชุมชนประชาชนที่ยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ควรช่วยกันสอดส่องดูแลบ้านเรือนใกล้เคียง รวมถึงเปิดไฟบริเวณทางเข้า-ออกบ้านเพื่อเพิ่มแสงสว่างและช่วยป้องปรามมิจฉาชีพในช่วงกลางคืน

3.พบพฤติกรรมน่าสงสัย รีบแจ้งตำรวจ หากพบเห็นบุคคลแปลกหน้าพายเรือหรือขับขี่ยานพาหนะตระเวนตามบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมโดยไม่มีเหตุอันควร ขอให้จดจำรูปพรรณ ลักษณะยานพาหนะ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที

ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือได้รับความเสียหายจากการถูกลักทรัพย์ สามารถแจ้งเหตุผ่าน สายด่วน 191 หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ส่วนกรณีต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 1784 หรือ สายด่วน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง..
