เมืองพัทยา แจงสวนเหรียญมีสองด้าน หลังเพจดังซัดแท่งอัปยศแหลมบาลีฮาย
มีรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจดัง CSI LA ได้โพสต์ภาพอาคารคอนโดมิเนี่ยมวอเตอร์ฟร้อนต์ พัทยา ซึ่งตั้งอยู่แหลมบาลีฮาย พร้อมระบุว่า ตึกร้างบาลีฮายที่อุจาดตา บดบังทัศนียภาพอ่าวพัทยาจากจุดชมวิวเขาพระตำหนักจะโดนทุบเมื่อไหร่? ทำไมถึงยังปล่อยให้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความอัปยศ น่าอับอายทั้งสายตาคนไทยและชาวต่างชาติ ก่อนได้นับความสนใจจากชาวเน็ตพากันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลเรื่องดังกล่าวไปยังเมืองพัทยา ทราบว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้เคยชี้แจงเรื่องนี้แล้ว และอยากให้ประชาชนรับทราบความจริงอย่างกว้างขวาง ว่าในฐานะนายกเมืองพัทยา ขอเรียนชี้แจงด้วยความเคารพต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง และยืนยันหลักการสำคัญว่า เมืองพัทยาพร้อมรับการตรวจสอบ และยืนอยู่บนข้อเท็จจริง แม้โครงการที่ถูกกล่าวถึงเป็นโครงการเกิดขึ้นก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่ง และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการอนุมัติในขณะนั้น แต่ในฐานะผู้บริหารเมืองในปัจจุบัน จึงมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา ติดตามความคืบหน้า และทำให้โครงการต่าง ๆ เดินหน้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของประชาชน
โดยขอให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันในประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1. กรณีโครงการวอเตอร์ฟร้อนต์หลังจากเมืองพัทยาได้รับหนังสือจากสำนักงาน ปปช.ภาค 2 แจ้งว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3) ซึ่งมีที่มาของ ส.ค.1 และเป็นที่มาของโฉนดของตึกคอนโดวอเตอร์ฟร้อนต์เป็นการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินซึ่งไม่ได้มีการครอบครองมาก่อนมีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดเขตหวงห้ามเขาหรือภูเขา ตามความในมาตรา 9 (2)แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ส่งผลให้โฉนดที่ดินดังกล่าว ที่ออกจาก น.ส.3 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายตามไปด้วย

ในกรณีนี้เมืองพัทยาจะดำเนินการต่อไปได้ ก็ต่อเมื่อการพิจารณาของกรมที่ดินว่าจะมีการเพิกถอนโฉนดที่ดิน ที่ตั้งของอาคารวอเตอร์ฟร้อนต์ หรือไม่ ทั้งนี้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เมืองพร้อมดำเนินการดังนี้ แนวทางที่ 1 หากกรมที่ดินมีมติเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ตั้งอาคารและที่ดินดังกล่าว กลายเป็นที่สาธารณะ เมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จะได้ร่วมกันดำเนินการให้เจ้าของอาคารทำการรื้อถอนอาคารออกจากที่สาธารณะ ตามหน้าที่และอำนาจ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผินดิน สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553
แนวทางที่ 2 หากกรมที่ดินไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินที่ตั้งอาคาร เมืองพัทยา จะได้ดำเนินการพิจารณาคำขออนุญาตดัดแปลงอาคารของโครงการ เพื่อโครงการจะสามารถดำเนินการต่อไปได้ ทั้งนี้ ในการพิจารณาต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เข้าใจและยอมรับว่า โครงการในอดีตที่หยุดชะงัก หรือมีประเด็นที่สำนักงาน ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นบทเรียนสำคัญของเมืองพัทยา และเป็นแรงผลักดันให้ฝ่ายบริหารปัจจุบันยกระดับมาตรฐานการทำงานให้รอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น และในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2565 – ปัจจุบัน) เมืองพัทยาให้ความสำคัญอย่างจริงจังทั้งในด้านการแก้ไขปัญหาเดิม และการป้องปรามการทุจริตในอนาคต ส่งเสริมให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ผลจากความมุ่งมั่นดังกล่าว เมืองพัทยาได้รับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA) จากสำนักงาน ป.ป.ช. ในระดับ “ผ่านดีเยี่ยม” ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน (พ.ศ. 2566–2568) อยากให้ทุกท่านตัดสินจาก “พัทยาในวันนี้” ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนจากเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวพัทยาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ ทำจริง และเห็นผลจริง..
